head-bankaotonmaka-min
วันที่ 8 ธันวาคม 2021 11:05 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
หน้าหลัก » นานาสาระ » โรคมะเร็ง การควบคุมและปรับปรุงภูมิคุ้มกันในการต้านมะเร็ง

โรคมะเร็ง การควบคุมและปรับปรุงภูมิคุ้มกันในการต้านมะเร็ง

อัพเดทวันที่ 10 กรกฎาคม 2021

โรคมะเร็ง

โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุในการเสียชีวิตของประเทศ จากการศึกษาพบว่าประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วย โรคมะเร็ง ไม่ได้เสียชีวิตจากมะเร็งเอง แต่มาจากการขาดสารอาหาร หากได้รับแคลอรีเพียงพอ โปรตีนและสารอาหารจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและต่อสู้กับโรคมะเร็ง โภชนาการเน้นที่โปรตีน และแคลอรีที่เพียงพอก่อน ผู้ป่วยที่รับการรักษาจะลดน้ำหนัก และมวลกล้ามเนื้อ 3

ดังนั้นก่อนเตรียมการรักษา จึงควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง แคลอรีสูง และฝึกการต้านทานอย่างง่ายที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มการสังเคราะห์ และการใช้โปรตีนในร่างกาย เพื่อรักษากล้ามเนื้อ คุณภาพ แหล่งโปรตีนหลัก ได้แก่ถั่ว ปลา ไข่ เนื้อสัตว์เป็นต้น และอัตราการใช้ของร่างกายจะสูงกว่าโปรตีนจากพืช แนะนำให้รับประทานโปรตีนประมาณ 1.2 ถึง 1.5 กรัมต่อกิโลกรัมของร่างกาย

สมมติว่าผู้ป่วย 60 กก. ปริมาณโปรตีนที่ต้องการต่อวันคือ 72 ถึง 90 กรัมและหมายถึงโปรตีนประมาณ 7 ถึง 9 มื้อต่อวัน 1 มื้อมีขนาดประมาณ 3 นิ้วหรือประมาณ 5 ถึง 6 ตำลึงของโปรตีน และเนื่องจากความต้องการ แคลอรีสูงในการรักษา จึงแนะนำให้เพิ่มจำนวนมื้อเป็น 5 ถึง 6 มื้อ เพื่อเพิ่มปริมาณแคลอรีทั้งหมด หรือดื่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีความเข้มข้นทางโภชนาการสูงขึ้น และมีชนิดของกรดอะมิโนในโปรตีน เรียกว่าอาร์จินีน

นอกจากจะเสริมสร้างการสังเคราะห์โปรตีน ของกล้ามเนื้อแล้ว ยังส่งเสริมการทำงานของเซลล์ธรรมชาติ ฟาโกไซต์และลิมโฟไซต์ ในระบบภูมิคุ้มกัน และเสริมภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยมะเร็ง เสริมไฟโตเคมิคอล ไฟโตเคมิคอลที่รู้จักกัน ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 6 ประเภทคร่าวๆ ได้แก่ฟลาโวนอยด์ แคโรทีนอยด์ อินทรีย์ซัลไฟด์ กรดฟีนอลิก ไฟโตเอสโตรเจน และอื่นๆ ไฟโตเคมิคัลประเภทต่างๆ ก็มีหน้าที่ต่างกันในร่างกายมนุษย์เช่นกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ขับอนุมูลอิสระ กระตุ้นเซลล์ตามธรรมชาติ

ควบคุมและปรับปรุงภูมิคุ้มกัน และบางชนิดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ในการล้างพิษของเอนไซม์ เช่นเดียวกับฤทธิ์ต้านการอักเสบ และป้องกันอาการแพ้ สารพฤกษเคมี มีอยู่ในผลไม้และผักต่างๆ จึงมักมีนอกเหนือจากโปรตีน และแคลอรีอย่า อย่าลืมเพิ่มผักหลากสี 1 ถึง 2 จานในแต่ละมื้อ คุณสามารถกินผลไม้อีก 1 ผล เป็นอาหารว่างหลังอาหาร เพื่อเสริมไฟโตเคมิคอลอันล้ำค่า

เสริมสารอาหารต้านการอักเสบ หากคุณรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ไขมันส่วนใหญ่ที่คุณกินเข้าไป จะเป็นน้ำมันที่มีปริมาณ โอเมก้า 6 ค่อนข้างสูง หากอัตราส่วนของโอเมก้า 6 และโอเมก้า 3 ไม่สมดุลจะนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังในร่างกาย และมะเร็งได้ง่าย ผู้ป่วยที่รับการรักษา ก็มักจะมีอาการอักเสบเรื้อรังเช่นกัน เซลล์มะเร็งทำให้เกิด การอักเสบของร่างกายเรื้อรัง ภาวะผอมหนังหุ้มกระดูกจะใช้พลังงาน และคุณภาพของกล้ามเนื้อมากเกินไป

ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากมะเร็ง จะทำให้ผู้ป่วยเหนื่อยและอ่อนแอ แม้จะดีขึ้นก็ยาก พวกเขากำลังพักผ่อน ดังนั้นหากคุณสามารถกินปลาขนาดกลาง หรือโอเมก้าในทะเลลึกได้มากขึ้น 3 อาหารที่มีปริมาณกรดไขมันสูง หรืออาหารเสริมที่มีอาหารเสริมน้ำมันปลา และสารอาหารที่มี EPA สามารถมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้จึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ประธานสมาคมโรคมะเร็ง และโภชนาการเรื้อรังแห่งเอเชียแปซิฟิก และโภชนาการเรื้อรัง เตือนเป็นพิเศษว่าโภชนาการ และความแข็งแรงของร่างกาย เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ของการรักษาโรคมะเร็ง การดูแลเป็นพิเศษ ไม่ควรสูญเสียความแข็งแรงทางร่างกาย เนื่องจากการรับประทานอาหารที่ไม่เพียงพอ หรือสารอาหารไม่เพียงพอ

ซึ่งส่งผลต่อการรักษาภายหลัง หากพบว่าน้ำหนักตัวเร็ว ส่วนการลดลงสามารถ พิจารณาอาหารเสริมเพิ่มเติมได้ เพื่อนมะเร็งที่กำลังต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง อย่าลืมข้อเตือนใจข้างต้น เพื่อปรับปรุงภูมิคุ้มกันของพวกเขา และผ่านขั้นตอนการรักษามะเร็ง ไปอย่างราบรื่น

 

 

 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ >> ชา อาการชาที่มือเกิดจากสาเหตุอะไร และมีวิธีการรักษาอย่างไร

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า