head-bankaotonmaka-min
วันที่ 25 มิถุนายน 2022 3:07 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า
โรงเรียนบ้านเก่าต้นมะค่า

ปฎิบัติธรรม

  • 0 ตอบ
  • 650 อ่าน
*

JJ101

  • *
  • 20
    • ดูรายละเอียด
ปฎิบัติธรรม
« เมื่อ: มกราคม 04, 2021, 01:53:10 PM »
เรื่องเล่าสยอง ตอน ปฎิบัติธรรม


   ร่างของหญิงสาววัย 30 กว่ากำลังโรยแรงลงขณะที่กำลังวิ่งอยู่บนทางลูกรังขนาดเล็กๆท่ามกลางป่าใหญ่เท้าเล็กๆของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเต็มไปหมดขาเล็กๆของเธอนั้นแถบจะหมดแรงวิ่งอยู่แล้ว แต่เธอก็ยังต้องใช้แรงทั้งหมดวิ่งต่อไป ใบหน้าของหญิงสาวที่สวยจนชายทั้งหลายต่างเฝ้ามองเธอตอนนี้มันเป็นไปด้วยน้ำตามากมายที่ไหลมาจนเลอะไปทั่วทั้งหน้า “โยมจะวิ่งไปไหน” เสียงทุ้มๆที่ดูเหมือนของชายวัยชรานั้นทำให้เธอต้องหยุดชะงักลง
 
   ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน ณ วันป่าแห่งหนึ่งในภาคกลางวัดที่สงบเงียบได้ยินเสียงลม เสียงนกเสียงไม้ วัดแห่งนี้พระอยู่ไม่กี่รูปแม่ชีอยู่ไม่กี่รูปส่วนใหญ่ผู้คนที่พักอาศัยนั้นจะเป็นผู้ที่มาปฎิบัติธรรมอยุ่ ณ วัดแห่งนี้เสียงรถยนต์ที่วิ่งมาตามทางที่เป็นกรวดหินนั้นหยุดจอดลงผู้ที่ลงมาจากรถนั้นเป็นหญิงสาววัน 30 ปีกว่าๆ

 เธอมีรูปร่างหน้าตาที่สะสวยเหมือนดารา “นมัสกรแม่ชี มาปฎิบัติธรรมค่ะ” เธอยกมือน้อมไหว้แม่ชีพร้อม แม่ชีพยักหน้ารับเบาๆโดยที่ไม่พูดอะไรขึ้นมาพร้อมทั้งส่งรอยยิ้มให้แก่เธอ “หลวงตาอยู่บนโบสถ์” พร้อมเดินนำหน้าเธอไปตามกรวดหินหญิงสาวคิดในใจเธอดูถูกว่าการปฎิบัติธรรมทำไมต้องมาทรมารตัวเองด้วย

การเดินบนกรวดหินนี้ด้วย เธอเดินอย่างไม่พออกพอใจจนกระทั่งไปถึงโบสถ์ที่หลวงตานั่งสมาธิอยู่ หญิงสาวคลานเข่าเข้าไปก่อนที่เธอจะก้มกราบหลวงตา “โยมมะปรงใช่มั้ย” หลวงตาเอ่ยชื่อเธอออกมาโดยไม่ได้ลืมตา “เจ้าค่ะ” หญิงสาวตอบ หลวงตายิ้มออกมาเล็กน้อยและไม่มีบทสนทนาใดต่อจากนี้ทั้งโบสถ์

เงียบสนิทมีเพียงมะปรางที่นั่งมองหน้าหลวงตาอยู่ ความเงียบนี้มีไปครู่หนึ่งสักพักแม่ชีก็นำชุดขาวมาวางไว้ข้างๆเธอ “นี้เป็นชุดสำหรับปฎิบัติธรรมค่ะ คุณถือแล้วเดินตามฉันมาฉันจะพาไปยังหอนอนของคุณ” มะปรางหยิบชุดสีขาวขึ้นมาถือพร้อมค่อยๆคลานออกไปจากโบสถ์ แม่ชีบอกให้เธอทิ้งรองเท้าไว้ที่โบสถ์

ต่อจากนี้ทุกที่ทุกหนทางมะปรางเธอจะต้องเดินด้วยเท้าเปล่า ในระหว่างทางที่เดินเท้าของมะปรางนั้นก็ถูกกรวดหินทิ่มแทงเท้าของเธอ นั้นมันทำให้เธอไม่พอในมากๆจนสีหน้าของเธอตอนนี้ขมวดสุดๆ แม่ชีหยุดอยู่หน้ากระท่อมเล็กๆที่ตั้งอยู่กลางป่าใหญ่รอบๆมีกระท่อมแบบเดียวกันอยู่อีกมากมายแต่ละ

กระท่อมก็มีความห่างกันอยู่มากราวๆเกือบ 300 เมตร และทางที่จะไปกระท่อมอื่นนั้นก็ยากอยู่พอสมควร เมื่อมะปรางเดินมาถึงแม่ชีก็เดินกลับออกไปมะปรางเธอค่อยๆเดินขึ้นไปบนกระท่อมเพราะกระท่อมนี้นอกจากดูเล็กแล้วยังดูเก่าอีกเสียงประตูไม้เก่าถูกเปิดออกจนเกิดเสียงดังไปทั่วป่า “อะไรกัน ใครจะนอนได้”

มะปรางบ่นออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเธอเห็นสภาพภายในกระท่อมที่มีเพียงแต่ที่นอนขนาดพอดีตัวเธอผ้าห่มบางๆและมุ้ง  ไม่มีทั้งพัดลมและไฟมีเพียงเทียนไขและไม้ขีดเพื่อให้เธอจุดเท่านั้น ในขณะที่เธอกำลังหัวเสียอยู่นั้นก็มีแม่ชีอีกคนหนึ่งเดินขึ้นมาบนกระท่อมเธอ “ของทุกอย่างเป็นของนอกกายตายไปก็เอาไปไม่นอน

ที่นอนก็ของนอกกาย เสื้อผ้าก็ของนอกกายแม้แต่ตัวเราก็เป็นของนอกกาย” เมื่อมะปรางได้ยินดังกล่าวเธอก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจแต่เธอก็ยังคงเก็บอาการนั้นไว้เธอหันหลังกลับมายกมือไหว้แม่ชีที่เดินเข้ามาพร้อมทั้งนั่งพับเพียบลงก้มกราบ “วันนี้โยมพักผ่อนเถิด ห้องน้ำจะอยู่ทางด้านนู้น ส่วนพรุ่งนี้ตี3 แม่ชีจะมาปลุกไปทำวัดเช้านะ”

แม่ชีเอ่ยบอกในขณะเดียวกันมะปรางก็ยกมือไหว้เป็น “ตี3 บ้ารึเปล่าใครมันจะตื่นได้” เธอพึมพำกับตัวเองงเบาๆ เธอนอนเล่นโทรศัพท์จนถึงกลางดึกเธอจึงตัดสินใจลงไปอาบน้ำแต่ทว่าห้องน้ำนั้นไม่มีทั้งฝักบัวหรืออ่างอาบน้ำเป็นเพียงถังน้ำเล็กที่จะต้องไปตักน้ำเองที่แม่น้ำนั้นทำให้มะปรางโกรธมากเธอใช้เท้าเตะถังน้ำ

นั้นลงไปยังธารน้ำด้วยความไม่พอใจ เมื่อเธออาบน้ำเสร็จเธอกลับมายังกระท่อมของเธอสักพักเธอหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาสูบควันนั้นล่องลอยไปตามกระแสลม เวลาตีสามเสียงของแม่ชีมาเรียกมะปราง “โยมมะปรางทำวัดเช้า” ด้วยความที่เธอนั้นยังอยากนอนต่ออยู่เธอจึงตะโกนกลับไปว่า “ไม่ทำ ฉันไม่ทำ

อย่ามากวนจะไปไหนก็ไป” แต่แม่ชียังคงเรียกเธอช้ำแล้วช้ำเล่า จนกระทั่งมะปรางยอมตื่นและไปทำวัดเช้า “โยมมะปรางวันนี้ไปนั่งสมาธิในถ้ำกับแม่ชีเถิด” หลวงตาเอ่ยพูดขณะที่มะปรางกำลังรับประทานมื้อเช้าอยู่เธอยกมือไหว้รับ พอถึงช่วงบ่ายๆแม่ชีก็เดินนำมะปรางไปยังถ้ำที่อยู่ลึกและไกลจากตัววัดอย่างมาก

   เมื่อถึงถ้ำแม่ชีจุดตะเกียงเดินเข้าไปได้ประมาณ 300 เมตร ภายในถ้ำนั้นมีภาพวาดของวิณญาณมากมายติดไว้อยู่ มะปรางมองไปรอบๆใจหนึ่งเธอก็กลัวอีกใจเธอก็ไม่พอใจที่ต้องออกห่างจากความสบาย มะปรางและแม่ชีนั่งสมาธิอยู่ภายในธรรมจนกระทั่งอยู่ๆมีเสียงเรียกมะปราง มะปราง เป็นระยะจนเธอทน

ไม่ไหวเลยตะโกนออกไป “เรียกอะไรหนักหนาลำคาน” เสียงนั้นยังคงเรียกต่อไปเรื่อยๆจนเธอทนไม่ไหวลุกออกไปจากธรรมก่อนที่เธอจะออกไปแม่ชีได้กล่าว่า “ออกไปคราวนี้ เธอจะเปิดโลกใหม่เลยกรรมทั้งหลายจะมาตัดรอนเธอ” แต่มะปรางก็ไม่ฟังเธอเดินออกมาด้วยความไม่พอใจ ทันใดนั้นลมก็พัดมาอย่าง

แรงมะปรางสะดุดทันทีเมื่ออยู่ๆก็เหมือนมีคนมาหายใจอยู่ข้างๆเธอ เธอเดินไปสักพักเสียงเรียกมะปราง มะปรางก็ดังไปจนเธอนั้นทนไม่ไหวหยิบก้อนหินขึ้นมาปาไปตามเสียงนั้น เมื่อก้อนหินถูกปาไปมะปรางเธอเห็นเหมือนกับคนแต่มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล มือใหญ่ เธอรู้ทันที่ว่านั้นคือเปรต มะปรางวิ่งจนสุดชีวิตแต่เธอ

ก็ยังคงวิ่งวนไปวนมาอยู่ที่เดินด้วยทางที่เป็นกรวดหินนั้นจึงทำให้เท้าของเธอนั้นมีรอยแผลมะปรางยังคงวิ่งต่อไปจนกระทั่งเธอได้ยินเสียง “โยมจะวิ่งไปไหน” เธอสะงักลงและพบว่าหลวงตานั่งสมาธิอยู่เธอรีบวิ่งตรงไปยังหลวงตายกมือไหว้สวดมนตร์แผ่เมตตาเวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ที่เธอทำเช่นนี้ 

   แสงอาทิตย์ค่อยๆสาดส่องเข้ามามะแรางดีใจเหมือนได้ชีวิตใหม่จากคนที่ไม่เคยปฎิบัติธรรม เข้าวัดเลยตอนนี้มะปรางเธอปฎิบัติธรรมเข้าวัด ปะพฤติตัวอยู่ในศีลในธรรมมาโดยตลอดและเธอก็ไม่เคยลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเลย